ผู้เขียน หัวข้อ: 3 คนกลายเป็นเสือ  (อ่าน 1632 ครั้ง)

george

  • เจ้าของบ้าน
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 553
    • WoodworkingThai
3 คนกลายเป็นเสือ
« เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 05:07:33 PM »
รื่องนี้ให้ข้อคิดที่ดีครับ อ่านแล้วย้อนกลับมาดูว่าเราเป็นอย่างนี้หรือเปล่า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมากมาย หลั่งไหลเข้ามา การกลั่นกรองและวิเคราะห์ข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญครับ ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็น "3 คนกลายเป็นเสือ"

ซานเหรินเฉิงหู่ (三人成虎) : 3 คนกลายเป็นเสือ
 

ข้อมูลจาก :  ASTVผู้จัดการออนไลน์

       三(sān) อ่านว่า ซาน แปลว่า สาม
       人(rén) อ่านว่า เหริน แปลว่า คน
       成(chéng) อ่านว่า เฉิง แปลว่า กลายเป็น
       虎(hǔ) อ่านว่า หู่ แปลว่า เสือ
       
       ในสมัยสงครามระหว่างรัฐ (จั้นกั๋ว) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีรัฐประเทศเล็กๆ อยู่หลายรัฐ ซึ่งแต่ละรัฐก็มักจะก่อสงครามรบพุ่งกันเสมอ จึงถือว่ายุคนั้นเป็นยุดแห่งการสงคราม
       
       ในยุคนั้นมีรัฐ 2 รัฐ ที่มีเขตแดนติดกันคือรัฐเว่ย และรัฐเจ้า และเพื่อเป็นคำมั่นในการเจริญสัมพันธไมตรี หยุดสู้รบ ทั้ง 2 รัฐจึงตกลงที่จะแลกเปลี่ยนคนกันเพื่อเป็นหลักประกัน ดังนั้นอ๋องรัฐเว่ยจึงส่งบุตรชายคนเดียวของตนไปเป็นตัวประกันยังเมืองหลวง รัฐเจ้า ทั้งยังส่งขุนนางชั้นสูง นาม ผางชง เดินทางไปยังรัฐเจ้าด้วยเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้องค์รัชทายาทแห่งรัฐ เว่ย
        
       ผางชง เป็นขุนนางที่มีความรู้ความสามารถอย่างยิ่ง ในวังหลวงจึงมีขุนนางอื่นที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับเขามากมายเนื่องจากความ ริษยา ดังนั้นเข้าจึงเกรงว่าหากตนเองเดินทางออกจากวังหลวงแล้วจะมีผู้ไม่หวังดีมา เพ็ดทูลให้ร้ายตน ดังนั้นก่อนออกเดินทาง เขาจึงกล่าวกับอ๋องรัฐเว่ยว่า
       
       "ท่านอ๋อง หากตอนนี้มีคนผู้หนึ่งกล่าวว่า บนท้องถนนกลางเมืองมีเสือเดินมา ท่านจะเชื่อหรือไม่?"
         
       อ๋องรัฐเว่ยกล่าวว่า "ย่อมไม่เชื่อ เสือที่ไหนจะวิ่งขึ้นมาบนท้องถนนกลางเมือง"
         
       ผางชงกล่าวอีกว่า "หากมีคน 2 คนกล่าวเช่นเดียวกันเล่า ท่านจะเชื่อหรือไม่?"
        
       อ๋องรัฐเว่ยตอบว่า "หาก 2 คนพูดเหมือนกัน ข้าก็คงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง"
         
       ผางชงจึงกล่าวว่า "งั้น หากมีคนถึง 3 คนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า บนท้องถนนปรากฏเสือตัวใหญ่ ท่านเห็นอย่างไร?"
         
       คราครั้งนี้อ๋องรัฐเว่ยจึงตอบว่า "ถ้าทุกคนพูดเหมือนกัน ข้าก็ได้แต่เชื่อเช่นนั้นแล้ว"
         
       เมื่อได้ยินอ๋องรัฐเว่ยกล่าวเช่นนั้น ขุนนางใหญ่ได้แต่ถอนหายใจ พลางกล่าวว่า " ท่านอ๋อง เสือไม่อาจวิ่งเข้ามาบนท้องถนน เรื่องนี้คนทั่วไปต่างทราบดี แต่เพียงมีคน 3 คนพูด เหมือนกัน เรื่องเสือบนถนนนี้กลับกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา เช่นเดียวกับหานตาน(เมืองหลวงแห่งรัฐเจ้า)ซึ่งห่างไกลจากต้าเหลียง(เมือง หลวงแห่งรัฐเว่ย) เรามากโข ทั้งคนที่รอจะเพ็ดทูลเรื่องต่างๆ ต่อพระองค์ก็ไม่ใช่ว่าจะมีเพียง 3 คนเท่านั้น"
         
       อ๋องรัฐเว่ยเข้าใจความนัยของคำพูดขุนนางเอก จึงพยักหน้ากล่าวว่า "ข้าเจ้าใจ เจ้าจงวางใจและเดินทางไปเถิด"
         
       จากนั้นรัชทายาทพร้อมด้วยขุนนางผางชงจึงออกเดินทาง
        
       หลังจากที่ผางชงจากไปไม่นาน ก็มีบรรดาขุนนางที่ริษยาพากันมาเพ็ดทูลให้ร้ายเขาดังคาด แต่อ๋องรัฐเว่ยก็แก้ต่างให้ผางชงในทุกๆ ครั้ง และยกย่องว่าผางชงเป็นขุนนางผู้มีสติปัญญาและความจงรักภักดี
       
       แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ได้รับฟังเรื่องราวความไม่ดีของผางชงมากขึ้นๆ สุดท้ายอ๋องรัฐเว่ยก็กลับคล้อยตามและเชื่อว่าผางชงเป็นขุนนางโฉดไปในที่สุด
       
       สามคนกลายเป็นเสือ แม้ความจริงไม่มีเสือ แต่เมื่อหลายคนพูดเช่นเดียวกัน ข่าวลือว่ามีเสือก็ทำให้ผู้คนที่รับฟังเชื่อว่าเป็นความจริงได้ สุภาษิต คำนี้หมายความถึง ข่าวลือ หรือคำเท็จ เมื่อถูกพูดออกไปแบบปากต่อปากมากเข้าๆ ก็สามารถทำให้คนทั่วไปที่ไม่ได้รับข้อมูลด้านอื่นเข้าใจผิด ว่าเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงหรือเรื่องเท็จเหล่านั้นเป็นความจริง
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น...
Facebook : https://www.facebook.com/WoodworkingThai-121237538251972/