ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิคดีดี กับการทาสี ให้ดูดี  (อ่าน 9137 ครั้ง)

george

  • เจ้าของบ้าน
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 549
    • WoodworkingThai
เทคนิคดีดี กับการทาสี ให้ดูดี
« เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 06:00:32 PM »
เทคนิคดีดี กับการทาสี ให้ดูดี
ข้อมูลจาก : http://www.meprompt.com/trip/12_paint.htm

ปกติ แล้ว สีกำแพงภายในบ้าน มักจะมีสีพื้นๆ เรียบๆ ดังนั้น ถ้าเพื่อนๆ ท่านใด อยากทำสีกำแพงให้ดูเด่น ดูดี จากสีกำแพงปกติ เราก็มีวิธีหลากหลาย ที่จะช่วยให้ความคิดในการตกแต่งกำแพงของเพื่อนๆ ทุกท่าน เป็นจริงขึ้นมา
จาก หนังสือ Decorating 1-2-3 มีเทคนิคต่างๆ ในการทำสีกำแพง โดยขั้นตอนนี้ จะเป็นกระบวนการหลังจาก ที่เราทำการซ่อมแซมรูร้าว รอยแตกของกำแพง และ ทาสีด้วย แปรงทาสี หรือ ลูกกลิ้ง เรียบร้อยแล้ว วิธีการ จะมี เทคนิคต่างๆ สิบกว่า เทคนิค แต่ละเทคนิคก็จะมีวิธีทำเบื้องต้นข้างล่าง
 
เทคนิค ที่ 1 : Sponging On
เทคนิคนี้ จะเป็นการใช้ฟองน้ำสร้างมิติของกำแพง โดยทั่วไปจะใช้ ฟองน้ำจากทะเล เพราะจะมีลายในตัวสวยกว่า ฟองน้ำบ้านปกติ หลังจากที่ทำการทาสีกำแพงเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการผสมสีขึ้นมาอีกชุด อาจจะกลมกลืน หรือ แตกต่าง กันก็แล้วแต่ความชอบ แล้วใช้ฟองน้ำจุ่มสี เริ่มละเลงได้ วิธีนี้ จะทำให้สีที่กดไปใหม่ มีสีแตกต่างกับพื้นสีเดิม
ผล งาน : เมื่อทำสีเสร็จ ตัวกำแพงจะมีสี 2 มิติ โดยมี สีจากฟองน้ำ ลอยขึ้นมาจากสีกำแพงเดิม
 
เทคนิคที่ 2 : Sponging Off
เทคนิค นี้ จะเป็นการทำตรงข้ามกับวิธีที่ 1 โดยหลังจากทาสีกำแพงแล้ว ก็ใช้ฟองน้ำกดสีในขณะที่ตัวสียังไม่แห้ง ตัวฟองน้ำ จะดูดสี บางส่วนตามรอยของฟองน้ำขึ้นมา ซึ่งวิธีนี้ จะต้องทำการซับสีตัวฟองน้ำ เป็นระยะๆ วิธีนี้ จะทำให้ตัวสีเดิม จางลง
ผลงาน : เมื่อทำสีด้วยวิธีนี้เสร็จ ตัวกำแพงจะมีมิติที่ลึกเข้าไปในกำแพง
 
เทคนิค ที่ 3 : Ragging Off
เทคนิคนี้ จะใช้อุปกรณ์ ทั้งแปรง, ลูกกลิ้ง, และ ม้วนผ้า โดยที่จะสร้างพื้นกำแพงเราให้เป็นเหมือน รอยยับของเสื้อเชิ๊ต แรกสุดก็ทาสีกำแพงด้วยวิธีปกติจนเสร็จไป 1 รอบ รอจนแห้ง หลังจากนั้น ก็ผสมสีชุดที่ 2 จะเป็นสีกลมกลืน หรือ แตกต่างกันก็ได้ แล้วใช้แปรงทาสีเริ่มทาสีจากมุมด้านหนึ่ง แล้วใช้ลูกกลิ้ง กลิ้งสีจากรอยสีของแปรง ออกไปด้านข้าง หลังจากนั้น ก็ใช้ม้วนผ้าขดเป็นเกลียว กลิ้งตามสีที่เพิ่งใช้ลูกกลิ้ง โดยวิธีนี้ จะทำได้เป็นช่วงๆ กว้างช่วงละไม่เกิน 2 ฟุต
ผลงาน : เมื่อสีแห้ง จะทำให้ตัวกำแพง เหมือนกับตัวเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้รีด สวยไปอีกแบบ
 
เทคนิค ที่ 4 : Ragging On
เทคนิคนี้ ก็จะตรงข้ามกับ เทคนิคที่ 3 โดยหลังจากทาสีกำแพงเรียบร้อย และรอจนแห้งแล้ว เราก็ทำการผสมสีขึ้นมาอีกชุด แล้วใช้วัสดุต่างๆ อย่างเช่น ผ้าขนหนู, เสื้อเก่าๆ ไปพันไว้ กับตัวลูกกลิ้ง รัดให้แน่น แล้วทำการกลิ้งทับ
ผลงาน : เมื่อสีแห้งแล้ว ตัวลายสีชั้นที่ 2 จะเป็นลวดลายแปลกๆ ขึ้นอยู่กับวัสดุที่เราใช้พันลูกกลิ้ง
 
เทคนิค ที่ 5 : Color wash
เทคนิคนี้ จะเป็นการทำสีกำแพงให้มีความนุ่มนวล เหมือนกำแพงเป็นผืนผ้าชิ้นใหญ่ วิธีนี้จะเริ่มจากทาสีรอบแรกรอจนแห้งเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการผสมสีโทนเดิมกับสีเคลือบเงาในอัตราส่วน สีหนึ่งส่วน สีเคลือบเงา 4 ส่วน แล้วใช้ฟองน้ำป้ายให้ทั่ว จะเป็นลวดลายวงกลม หรือ ลวดลายไม่เจาะจง ก็ได้ หลังจากนั้นก็ใช้แปรงเปล่า ปาดรอยต่างๆ ให้กลืนกัน และคอยทำความสะอาดแปรงด้วย
ผลงาน : เมื่อแห้ง สีบนกำแพงก็จะมีรอยเข้ม-จาง ตามปริมาณสีที่ติด เหมือนกับ ผืนผ้าผืนใหญ่บนกำแพง ถ้ายังไม่พอใจ เราก็สามารถทำสีเป็นรอบที่ 3 ได้
 
เทคนิค ที่ 6 : Dragging
เทคนิคนี้ แนะนำให้ใช้ 2 คนในการทำงาน โดยคนแรกจะทำการกลิ้งลูกกลิ้งสี ตามกำแพง ในขณะเดียวกัน คนที่สอง จะทำการใช้แปรงปาดรอยลูกกลิ้งสีให้เป็นเส้นในขณะที่ตัวสียังเปียกอยู่ ตามแนวตั้ง หรือแนวขวาง แล้วแต่ชอบ โดยที่จะซับตัวแปรงเป็นระยะ
ผลงาน : เมื่อสีแห้ง รอยแปรงที่เราปาดไว้ มันจะแห้งและลากยาวเป็นเส้น ซึ่งเรายังสามารถใส่เทคนิคลากแปรงทั้งแนวตั้ง และต่อด้วนแนวนอน ทันที ลายกำแพงที่ออกมาจะเป็นตารางเหมือนลายผ้าลินิน
 
เทคนิคที่ 7 : Combing
เทคนิคนี้ จะทำสีกำแพงให้เป็นเหมือนเส้นลายเหมือนใช้หวีขนาดใหญ่ กวาดไว้ เทคนิคนี้จะต้องใช้ แปรงหวี ซึ่งอาจจะหาซื้อได้ตามร้านอุปกรณ์สีทั่วไป หรือจะทำเองก็ได้ โดยตัดกระดาษแข็งให้เป็นร่อง คล้ายลายกำแพงเมืองจีน หลังจากนั้น ก็เริ่มทาสีหรือกลิ้งสีบนกำแพง แล้วใช้ตัวแปรงหวีกวาดลวดลาย ตามใจชอบ ซึ่งก็ต้องทำความสะอาดตัวแปรงหวีเป็นระยะๆ
 
เทคนิคที่ 8 : Stippling
เทคนิคนี้ จำเป็นต้องใช้แปรงพิเศษโดยเฉพาะ ซึ่งอาจไม่มีขายตามร้านในเมืองไทยมากนัก โดยแปรงพิเศษนี้ จะมีลักษณะนุ่ม และมีคุณสมบัติในการดูดสี โดยจะเริ่มจากการกลิ้งสีพื้นกำแพงรอบแรก รอจนแห้ง แล้วจึงเริ่มกลิ้งสีรอบที่สอง หลังจากนั้นก็ใช้แปรงพิเศษนี้ กดลงที่ตำแหน่งต่างๆ บนกำแพง
ตัวสีจะถูกดูดขึ้นแปรง ทำให้เกิดเป็นลวดลายเฉพาะ เหมือนลายขนแมวบนรถ
 
เทคนิคที่ 9 : Faux Marbling
เทคนิคนี้ จะเป็นการสร้างลายหินอ่อน บนกำแพง อุปกรณ์ที่ต้องหาเพิ่ม ก็คือแผ่นพลาสติกขนาดเหมาะกับกำแพงของเรา โดยทั่วไป จะทำสีเป็นกรอบขนาดพอเหมาะ มากกว่าที่จะทำบนกำแพงทั้งหมด
เริ่มจากการทำ สีพื้น ในตัวอย่างคือสีเขียว รอจนแห้ง หลังจากนั้น กลิ้งสีที่จะเป็นสีพื้นของลายหินอ่อน ในกรณีนี้จะเป็นสีดำ หลังจากนั้น เราก็จะทำการผสมสีพื้นสีเขียวผสมสีเคลือบเงา กลิ้งทับสีพื้นดำให้ทั่ว
หลัง จากนั้น เราก็ใช้แผ่นพลาสติกสะอาดปิดทับพื้นที่ที่เราทาสีไว้ กดให้ทั่ว แล้วลอกแผ่นพลาสติกออก เราก็ใช้สีขาววาดเป็นเส้น แล้วเคลือบด้วยสีเคลือบเงาอีกครั้ง เราก็จะได้ลายพื้นหินอ่อน บนกำแพง
 
เทคนิค ที่ 10 : Faux Leather
เทคนิคนี้ จะเป็นการสร้างลายกำแพงให้เหมือน ลายหนังแท้ เหมาะแก่ พื้นที่ที่ต้องการสร้างความอบอุ่น เช่น ห้องส่วนกลางในบ้าน หรือ Home office
เริ่มจากการทำสีพื้นเรียบร้อยแล้ว เราก็ผสมสีที่ต้องการ กับสีเคลือบเงา ในตัวอย่างคือสีน้ำตาลเข้ม ทำการกลิ้งสีแล้วใช้แผ่นพลาสติกสะอาดปิดทับ แล้วลอกออก
 
เทคนิค ที่ 11 : Southwestern Texturing
เทคนิคนี้ จะเปลี่ยนผนังห้องของเราให้ เป็นเหมือนห้องแถบตะวันตกเฉียงใต้ ของ USA จะเป็นผนังสีกึ่งๆ หยาบๆ แบบทะเลทราย
เริ่มจากทำสีพื้นเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการผสมปูนกับสี แต่ในหนังสือบอกว่า เป็น Professional plasters ซึ่งไม่รู้ว่าจะเหมือนกับปูนชนิดใดในเมืองไทย แล้วฉาบทับไปบนกำแพง งานที่ออกมาก็คงเป็นเหมือนกำแพงปูนดิบ
แต่ในหนังสือ เค้า recommend ให้ทำงาน 5 คน 1 คนผสมปูน อีก 4 คนฉาบ
 
เทคนิคที่ 12 : Stenciling a Wall
เทคนิคนี้ จะเป็นการ พ่นสีตามช่องที่เราสร้างไว้ โดยเริ่มจากนำ แผ่นพลาสติก มาแกะเป็นช่อง ลวดลายที่ต้องการ หลังจากนั้น ก็เริ่มวางแนว แล้วพ่นด้วยสีสเปรย์ หรือ แปรง-พู่กันทาสี ผ่านตัวแบบพลาสติก ตัวสีสเปรย์ก็จะติดเป็นรูปของ ลวดลาย ที่เราออกแบบไว้
ผลงาน : ที่ออกมาก็จะเป็นลวดลาย ตามชนิดของสีที่ใช้ เช่นถ้าใช้สีพ่น งานก็จะออกมาเรียบ แต่ถ้าใช้แปรง หรือพู่กัน งานที่ออกมาจะมีน้ำหนัก หนัก-เบา

เทคนิคที่ 13 : Stamping
เทคนิคนี้ จะเหมาะแก่ห้องที่ต้องการความสนุกสนาน เช่นห้องนอนเด็ก จะเป็นการแกะลายแม่พิมพ์บนแผ่นยาง หรือฟองน้ำ แล้วใช้ลูกกลิ้งๆ สี ไปบนแผ่นยางแม่พิมพ์ แล้วปั้มลงบนกำแพง อาจจะปั้มกันหลายๆ ชั้นได้ เพื่อให้เกิดมิติ
 
จบแล้ว สำหรับ 13 เทคนิคง่ายๆ ที่เราสามารถนำมาปรับใช้กับห้องต่างๆ ที่บ้านเราได้
 
แต่ละเทคนิค จะมีรายละเอียดปลีกย่อยพอควร เราอาจลองทำกับพื้นที่เล็กๆ ก่อน จะได้เห็นผลงานว่า ถูกใจเราหรือไม่ ถ้าถูกใจก็ลงงานจริง จะได้สีกำแพงที่ถูกใจเราที่สุด
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น...
Facebook : https://www.facebook.com/WoodworkingThai-121237538251972/

cocore

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 32
Re: เทคนิคดีดี กับการทาสี ให้ดูดี
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2013, 04:08:25 PM »
 :D :D   ขอบคุณข้อมูลมากๆเลยครับ เป็นประโยชน์มากๆเลยนะครับ

theking01

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
Re: เทคนิคดีดี กับการทาสี ให้ดูดี
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2015, 02:30:02 PM »
ขอบคุณนะครับ    :-*

gclub